คลอเรลลาที่มีคุณภาพสูง

จะต้องเลี้ยงในที่ ๆ มีแสงแดดพอเพียง มีการควบคุมความเป็นกรดด่าง (PH )ให้อาหารที่เหมาะสม และ อุณหภูมิ ที่พอเหมาะนอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกได้แก่ความถี่ในการกวนให้เข้ากันและการให้คาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณ ที่พอ เพียง ซึ่งล้วนมีผลต่อคุณภาพของคลอเรลลาทั้งสิ้น นอกจากนี้การเลือกสายพันธุ์ (strain)ของคลอเรลลาก็มีความสำคัญมากคือ ต้องเลือกสาย พันธุ์ ที่แข็งแรง โตเร็ว และให้คุณค่าทางอาหารสูงมาใช ้การเพาะเลี้ยงคลอเรลลาส่วนมากจะเลี้ยงในบ่อกลางแจ้ง แต่ก็มีบางแห่ง เลี้ยงในถัง ที่ปิดมิดชิดการเลี้ยงในถังที่ปิดมิดชิด ทำให้ขาดแสงแดด และพบว่าคลอเรลลาจะมี ซี.จี.เอฟ น้อยลง ด้วยเหตุนี้คนส่วนมาก จึงนิยมบริโภค คลอเรลลา ที่เลี้ยงใน บ่อกลางแจ้งและ ได้รับแสง อาทิตย์จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นตัวทำให้ ซี.จี.เอฟ อยู่ในระดับสูง

การเพาะในหลอดแก้ว
ขั้นแรกคือการเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีที่สุด"ไพเรนอยโดซ่า"เป็นสายพันธ์ุที่ดีเหนือสายพันธุ์อื่นๆ ในการนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อเอาปริมาณโดยจะให้คุณค่าทางอาหารสูงขั้นตอนนี้เราเลี้ยงคลอเรลลาในวุ้น ที่ใช้เป็นอาหารในหลอดแก้ว
การเพาะต่อในขวดแก้ว
ย้ายสาหร่ายคลอเรลลามาเพาะต่อในขวดแก้วที่ใหญ้ขึ้นในขวดใส่น้ำเลี้ยงพิเศษ ตอนนี้ยังคงต้องเลี้ยง อยู่ในอาคารก่อน โดยมีการพ่นอากาศที่เติมคาร์บอนไดออกไซด์ให้ลงในน้ำเลี้ยงตลอดเวลาและต้องคอย เปลี่ยนขวดแก้วให้เมื่อคลอเรลลาเพิ่มจำนวนหนาแน่นมากขึ้น จาก 100 ซีซีเป็น 800 ซีซี และ 2000 ซีซี ระยะนี้ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 8-10 วัน
การเพาะเลี้ยงในบ่อพันธุ์
บ่อเพาะเลี้ยงแม่พันธุ์ (Mother Seed Cuture) เป็นบ่อกลมตื้นๆมีเครืองคนหรือเครื่องกวนอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะช่วยให้เซลของคลอเรลลาได้รับสารอาหารและแสงอาทิตย์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องการเพาะเลี้ยง ในบ่อนี้จะต้องค่อยๆเพิ่มขนาดบ่อจากเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตรเป็น 6 และ 8 เมตรตามลำดับเมื่อความ หนาแน่นของคลอเรลลามีมากขึ้น ระยะนี้ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 7-10 วันในแต่ละบ่อ
การผลิตในบ่อใหญ่
หลังจากเลี้ยงในบ่อพันธุ์เรียบร้อยแล้ว จะนำคลอเรลลามาใส่ในบ่อผลิตขนาดใหญ่ ภายในบ่อ จะไดัรับ การกวนด้วยเครื่องตลอดเวลาเพื่อให้เซลล์คลอเรลลาไม่จับตัวกันแน่นอยู่ ณ .จุดใดจุดหนึ่งของบ่อ อันจะทำให้เซลคลอเรลลาได้แสงแดดเพื่อจะเติบโตได้อย่างเต็มที่ทั่วถึงกันบ่อผลิตจะมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 40-50 เมตรขบวนการผลิตนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะเก็บเกี่ยวได้
การกรองและการทำให้บริสุทธิ์
จากบ่อผลิต คลอเรลลาจะถูกนำมาผ่านเครื่องกรองเพื่อกรองเอาสิ่งแปลกปลอมที่อาจจะติดมาออก เสียให้หมด แล้วนำไปเข้าเครืองปั่นเหวี่ยงเพื่อทำให้บริสุทธิ์ ส่วนที่เป็นน้ำออกจนแห้งแล้ว
ก็นำเซลคลอเรลลาไปล้างด้วยน้ำแล้วเอาไปปั้นเหวี่ยงอีก แล้วแยกเอาเฉพาะเซลของคลอเรลลาออก มาใหม่ จนกระทั่งเมื่อตรวจความบริสุทธิ์ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่ามีแต่เซลของคลอเรลลาจริงๆ จึงหยุดล้าง
ขบวนการไดโนมิลล์เพื่อทำให้ผนังเซลแตกตัว
หลังจากผ่านกระบวนการปั่นเหวี่ยงแล้ว นำคลอเรลลาเข้า เครื่องไดโนมิลล์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เป็นลิขสิทธ์ เฉพาะของบริษัท ซัน คลอเรลลาเท่านั้น เครืองไดโนมิลล์ จะทำให้ผนังเซลของคลอเรลลาแตกตัวออกทำให้ ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ขั้นตอนการย่อยโดยไดโนมิลล์นี้จะดีกว่าวิธีการย่อย โดยวิธี อื่น ถึง 2 เท่า
การทำให้แห้ง
เมี่อทำใหให้ผนังเซลแตกตัวออกหมดแล้ว คลอเรลลาจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เย็นแล้วทำให้แห้งโดยเร็วที่สุด โดยคลอเรลลาที่เข้มข้นในขั้นตอนนี้จะถูกพ่นไปในอากาศที่ร้อนซึ่งจะทำให้มันแห้งสนิทในทันที โดยส่วนประกอบทางอาหารที่สำคัญจะเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
การตรวจสอบ
คลอเรลลาในรูปของผงละเอียดที่แห้งสนิท พร้อมที่จะถูกวิเคราะห์ต่อไปในห้องวิเคราะห์ณห้องนี้ จะมีการวิเคราะห์ หาคุณค่าทางอาหาร
โรงงานผลิตคลอเรลลาชนิดน้ำด้วยการสกัด
การผลิตคลอเรลลาชนิดน้ำ ทำขึ้นที่โรงงานของสถาบันค้นคว้าทางุลสาหร่ายที่เมืองฟูคูจิยาม่า (Institute for Microalgae Research at Fukuchiyama) ซึ่งใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการสกัดของเหลวที่สกัดได้ให้ชื่อว่า ซีจีเอฟ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่สุดที่มีในคลอเรลลา และสารนี้จะพบได้ในสาหร่ายคลอเรลลาอย่างเดียวเท่านั้น
โรงงานผลิตที่เมือง ชิก๊า
ณ โรงงานแห่งนี้ ผงคลอเรลลาจะถูกอัดเป็นเม็ด และของเหลวทีสกัดได้จะถูกนำมาบรรจุขวด ผงคลอเรลลา นั้นนำมาจากโรงงานผลิตของบริษัท ซัน คลอเรลลา ที่โอกินาวา และของเหลวสกัดนำมาจากโรงงานที่เมื่อง ฟูคูจิยาม่า
บริษัท ซัน คลอเรลลา เน้นความสำคัญเรื่องความสะอาดและอนามัยเป็นอย่างมาก การควบคุมคุณภาพจึงมีความสำคัญสูงสุด ในภาพคือการบรรจุหีบห่อขั้นสุดท้าย